รีวิว FINDING DORY

 

​ดอรี่ ปลาบลูแทงค์ขี้ลืม ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในประการังกับ นีโม และมาร์ลิน แต่อยู่ดีๆดอรี่ก็จำได้ว่า เธอมีครอบครัวที่อาจจะตามหาเธออยู่ที่ไหนซักแห่ง การผจญภัยเปลี่ยนชีวิตของทั้งสามจึงเริ่มขึ้น จากการเดินทางข้ามมหาสมุทรไปสู่สถาบันวิจัยทางทะเล ศูนย์พักฟื้นและอควาเรี่ยมที่ยิ่งใหญ่

ที่สุดของแคลิฟอร์เนีย ในการพยายามตามหาแม่ และพ่อของเธอ ดอรี่ได้รับการช่วยเหลือจาก 3 ผู้อยู่อาศัยสุดป่วนของสถาบันวิจัยฯ ได้แก่ แฮงค์ ปลาหมึกขี้หงุดหงิดที่ชอบแกล้งเหล่าพนักงานให้ลื่นล้ม, เบลี่ย์วาฬเบลูก้า ที่คิดว่าทักษะในการหาตำแหน่งด้วยเสียงเอคโค่ของเขาไม่ทำงาน และ

เดสทินี่ ฉลามวาฬสายตาสั้น จากการตะลอนผจญภัยในสถาบันวิจัยอันซับซ้อน ทำให้ดอรี่และผองเพื่อนได้ค้นพบความมหัศจรรย์ภายในข้อบกพร่อง, มิตรภาพ, และความเป็นครอบครัวของพวกเขา​   อนิเมะ

รีวิว FINDING DORY

ชื่อภาษาอังกฤษ : Finding Dory
ชื่อภาษาไทย : ผจญภัยดอรี่ขี้ลืม
ประเภท : ภาพยนตร์
แนว : ครอบครัว / ผจญภัย / ตลก
ผู้กำกับ : Andrew Stanton, Angus MacLane
ผู้แต่ง : Andrew Stanton
ค่าย : Pixar Animation Studios,Walt Disney Pictures
ฉาย : 15 มิถุนายน 2016

หลังจากรอคอยมานาน ตั้งแต่ปี 2003 กับการผจญภัยใต้ท้องทะเลกว้างของปลาน้อย นีโม่ (Nemo) พร้อมเหล่าเพื่อนปลาน้อยใหญ่ ในภาพยนตร์อนิเมชั่นยอดเยี่ยมรางวัลออสการ์อย่าง “Finding Nemo

ในปี 2016 ที่กำลังจะถึงนี้ พิกซาร์ ร่วมกับ ดิสนีย์ เตรียมนำการผจญภัยที่ทุกคนคุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง โดยมีปลาขี้ลืมเพื่อนซี้นีโม่อย่าง ดอรี่ (Dory) จอมพูดมาก มารับบทตัวเอกให้ทุกคนได้หลงรักกันบ้าง ในการผจญภัยครั้งใหม่ เพื่อร่วมตามหาครอบครัวที่หลงลืมไปของดอรี่ ซึ่งครั้งนี้ยัง

คงก็ได้ “แอนดรู สแตนตัน” ผู้กำกับคนเดิมจากนีโม่ มาถ่ายทอดเรื่องราวมิตรภาพและความหมายของคำว่า “ครอบครัว” ให้ทุกคนซาบซึ้งอบอุ่นหัวใจภายใต้ผืนน้ำแห่งชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย

รีวิว FINDING DORY

สำหรับการผจญภัยในครั้งนี้ ดำเนินต่อจากเรื่องราวของ นีโม่ (Nemo) ในภาคที่แล้ว หลังจากนีโม่ตามหา มาร์ลีน (Marlin) พ่อที่พลัดหลงกันเจอ ครั้งนี้พวกเขาได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง พร้อมกับเดอะแก๊งค์ปลาตู้หลากสีสัน และ ดอรี่ (Dory) ปลาขี้ตังเบ็ดฟ้า จอมพูดมาก แต่กลับขี้ลืม (ซะงั้น) 

เรื่องราวดำเนินขึ้น หลังจากอาการละเมอว่ายน้ำของดอรี่ ที่มาพร้อมความทรงจำสำคัญที่เขาได้หลงลืมไป และมันเกี่ยวพันกับครอบครัวของดอรี่!! ภารกิจครั้งสำคัญฉบับเร่งด่วนจึงเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน

นีโม่ และ มาร์ลีน พ่อของเขา พร้อมกับเพื่อนปลาใต้ท้องทะเล จะหาวิธีช่วย ดอรี่ ได้ด้วยวิธีการใด? และการผจญภัยครั้งนี่้จะต้องเจอกับเรื่องหวาดเสียวอย่าง “เจ้าฉลามยักษ์” เช่นเดียวกับครั้งก่อนอีกหรือไม่นั้น? ติดตามการผจญภัยสุดสนุกที่จะทำให้ทุกคนให้ความสำคัญกับครอบครัวและ

ธรรมชาติในท้องทะเลมากขึ้น ในอนิเมชั่นภาคต่อของอนิเมชั่นรางวัลออสการ์เรื่องนี้กันได้ กับ Finding Dory ผจญภัยดอรี่ขี้ลืม มิถุนายน 2016 นี้ ในโรงภาพยนตร์

รีวิว FINDING DORY
รีวิว FINDING DORY

รีวิว FINDING DORY

หลังจากเรื่องราวของภาคแรก หลังจากที่ มาร์ลีน ตามหานีโม่จนสำเร็จแล้วโดยการช่วยเหลือของดอรี่ปลาบลูแท็งค์สีน้ำเงิน เขาก็กลับมาใช้ชีวิตใต้ท้องทะเลอย่างสงบสุข หลังจาก 1 ปีต่อมา ขณะที่ดอรี่ ไปทัศนศึกษากับปลารุ่นเยาว์ที่ไปดูการอพยพของปลากระเบน จู่ๆคำถามที่ดังขึ้นทำให้ให้

ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปก็คือ บ้านของเธออยู่ไหน เหรอดอรี่? พ่อแม่ของเธอเป็นใคร? ทำให้เกิดเรื่องราวของภาคนี้ ซึ่งในภาคนี้เหล่าปลาการ์ตูนต้องกลายเป็นผู้ช่วยในการตามหาพ่อแม่ของเธอบ้าง ซึ่งระหว่างทางเธอได้พบก็มิตรภาพ จากเพื่อนใหม่และเก่า ความช่วยเหลือต่างๆนาๆของสัตว์ต่างสายพันธ์ก่อให้เกิดความประทับใจไม่รู้จบ

เนื้อเรื่องของภาคนี้จะเน้นอยู่นอกเหนือท้องทะเลซะส่วนใหญ่ บรรยากาศในศูนย์วิจัยทำออกมาได้ดี ความรู้สึกเหมือนเราได้ไปเดินดูศูนย์วิจัยด้วยตัวเอง มีการแนะนำสัตว์ตัวนู้นที่นี่ที หากใครที่ดูพากไทย จะเห็นภาษาไทยแฝงอยู่ในเรื่องแบบเนียนๆอยู่ด้วย มุกในเรื่องก็ดูสร้างสรรค์และเรียกเสียงหัวเราะได้ทุกเพศทุกวัยเด็ก แถมได้ความรู้กลับบ้านอีกด้วย

สรุปนะครับ สำหรับภาพยนตร์แอนิเมชั่น ฟรายดิ่ง ดอรี่ ถือว่าเป็นแอนิเมชั่นที่ไม่ควรพลาดอีกเรื่อง เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัยจริงๆ โดยเฉพาะหากพ่อแม่คนไหนที่เคยดูภาคแรกมาก่อน ความรู้สึกก็เหมือนกับมาเจอเพื่อนเก่าๆยามเด็กอะไรอย่างนั้นทีเดียว แถมยังได้ข้อคิดต่างๆกลับบ้านไปสอนลูกสอนหลานอีกด้วย   อนิเมะออนไลน์

รีวิว FINDING DORY

ความรู้สึกหลังดู

 ต้องบอกก่อนเลยว่าเราเกือบจะพลาดหนังดีประจำเดือนไปซะแล้ว แต่สุดท้ายก็ได้ดูจนได้ Finding Dory นั้นเป็นภาพยนตร์ที่ดูได้ทุกเพศทุกวัยจริงๆ ขนาดเราเป็นวัยทำงานแล้วก็ยังรู้สึกประทับใจกับตัวหนังเรื่องนี้ ต้องขอขอบคุณจริงๆ ที่สร้างหนังดีๆ แบบนี้ออกมา แรกเริ่มเดิมทีเราว่าหนัง

เรื่องนี้น่าจะทำออกมาให้เด็กดู เพราะเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วมีเรื่อง Finding Nemo ออกมาจนเป็นกระแสอยู่พักใหญ่ แต่ตัวละครที่ชื่อว่า ดอรี่ (Dory) นั้นไม่ค่อยมีบทบาทสำคัญเท่าไหร่ แถมยังมีบุคลิกที่น่ารำคาญอีกด้วย แต่หนังภาคนี้กลับทำออกมาได้ดี และเปลี่ยนทัศนคติของเราไปเลยทีเดียว เพราะตอนที่นีโมกับมาร์ลีนมีปัญหา พวกเขาก็แก้ปัญหาด้วยวิธีแบบดอรี่ จนทุกอย่างผ่านไปด้วยดี

ชื่อหนังเรื่องนี้ก็บอกชัดเจนอยู่แล้วว่าเจ้าดอรี่นี่ขี้ลืมเอามากๆ แต่ก็เป็นปลาที่มีความพยายาม เหมือนกับคนที่มีไฟในชีวิต ถึงแม้ว่าร่างกายจะไม่สมบูรณ์และมีอุปสรรค แต่ก็ไม่ย่อท้อที่จะแก้ปัญหา ดอรี่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาหาพ่อแม่จนเจอ ถึงแม้ว่าใครหลายคนอาจจะบอกว่าชีวิตจริงมันไม่ได้มี

ตอนจบสวยหรูแบบในการ์ตูนหรอกนะ แต่ถ้าคุณไม่เริ่มลมมือทำ แล้วเมื่อไหร่ความสำเร็จจะมาถึง เหมือนคำที่เหล่า Startup รุ่นใหม่ชอบให้กำลังใจกันว่า   ดูอนิเมะออนไลน์

รีวิว FINDING DORY

หนังเรื่องนี้ทำให้เรานึกถึงคำพูดนี้ขึ้นมา ซึ่งดอรี่ก็ตอกย้ำว่าเธอพยายามตามหา และถามข้อมูลจากปลาทุกตัวที่เธอรู้จักและได้พบเจอ จนในที่สุดก็ได้ข้อมูล และออกเดินทางตามหาพ่อแม่ ดอรี่เรียนรู้ตลอดเวลา และเธอก็มีความกล้าอย่างไม่น่าเชื่อ เรามั่นใจว่าถ้าใครกำลังท้อแท้กับเรื่องอะไร

อยู่ก็ตามแล้วได้มาดูหนังเรื่องนี้ น่าจะมีกำลังใจขึ้นอีกเยอะ ในส่วนของกราฟฟิกมีอไม่ได้ตกลงไป เพียงแต่ไม่ค่อยเห็นเทคนิคอะไรใหม่ๆ เท่าใดนัก ข้อดีอีกอย่างที่พบคือภาพคมชัดมากขึ้น และสีดูละมุนตามากกว่าเดิม โดยส่วนตัวชอบเพลงที่ใช้ประกอบระหว่างเดินเรื่อง เสียงเพลงคลอในระดับที่

กำลังดี และช่วยทำให้เรื่องดูน่าติดตามมากขึ้น ตอนนี้หนังยังไม่ออกจากโรง ใครสนใจลองไปดูได้เลย รับรองไม่เสียดายเงินแน่นอนFinding Dory ภาพยนตร์การ์ตูนที่ให้แง่คิดกับผู้ใหญ่ และให้ความสนุกสนานแก่เด็กเรื่องนี้ ควรแค่แก่การเข้าชมเป็นอย่างยิ่ง สุดท้ายอยากจะบอกทุกคนว่า “ถ้าเรา

ไม่สิ้นหวัง หนทางข้างหน้าก็ยังมี” เราเชื่อว่าพรุ่งนี้เช้าพระอาทิตย์ก็ยังต้องขึ้น ก็เหมือนกับโอกาสใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตของพวกเราทุกคน และอย่าลืมว่าลอง “คิดแบบดอรี่” ดูสักที แล้วคุณจะสู้ต่อไปได้อีกไกล

คือหนังแอนิเมชั่นที่ตอบสนองได้ทั้งครอบครัวจริงๆ “Finding Dory” ธีมครอบครัวโชยมาแต่ไกล ผสมเข้ากับสไตล์หนังผจญภัย และซึ่งดราม่าครบรส ที่ งานนี้ Disney Pixar เขาจัดให้‘Piper’ คือปัง!

หากจะพูดเรื่องคุณภาพของการสร้างงาน Pixar ขึ้นชื่ออยู่แล้วในด้านภาพสวย เคลื่อนไหวเนียนดูเป็นธรรมชาติ งานนี้ก็เช่นกัน นวลเนียนมาตั้งแต่แอนิเมชั่นขนาดสั้น ‘Piper’

มันเป็นหนังสั้นที่สะกดจิตใจมาก ภาพสวยเนียน แถมยังมีเนื้อหาที่ทั้งน่ารักและกินใจอีกต่างหาก มันเป็นเรื่องของลูกนกตัวหนึ่งที่โตขึ้นถึงวันออกจากรัง หัดบิน หัดอาหารเอง แต่วันแรกที่ต้องทำสิ่งใหม่ อะไรๆ ก็ย่อมเสมอหนังมีตอนจบที่ชวนอิ่มอุ่น จนต้องร้องบอกว่า ‘ปังมาก’เนือยช่วงแรก ก่อนจะลุ้นผจญภัยในเวลาต่อมา

การผจญภัยของดอรี่ขี้ลืมที่อาจจะดูเนือยๆ อยู่บ้างในช่วงแรก อาจรู้สึกว่าหนังมันจะไปทางสนุกได้ไหมในเวลานั้น แต่หนังก็พยายามที่จะอธิบายอะไรๆ ให้ง่ายต่อการที่เด็กจะเข้าใจ ด้วยการเล่าสลับกันไประหว่างชีวิตวัยเด็กและวัยปัจจุบันของ Dory ที่มีส่วนสำคัญที่จะทำให้เขาตัดสินใจในสิ่งต่างๆ เพื่อตามหาพ่อกับแม่ให้พบ

แม้หนังจะมีความน่ารัก ภาพสวย และมีช่วงตื่นเต้นผจญภัย หากโดยรวมแล้ว หนังยังทำได้ไม่เท่าที่ ‘Finding Nemo’ เคยทำไว้ สิ่งที่รู้สึกได้คือหนังมีเสน่ห์น้อยลง แม้ช่วงซึ้งก็ยังพบว่าซึ้งน้อยลง ด้วยความคาดหวังมากไปนิดหรืออย่างไรไม่รู้ หนังมาถึงจุดที่สร้างอารมณ์ดราม่าแต่กลับทำได้เพียง

มีน้ำตาซึมๆ แค่เท่านั้น ไม่ถึงกับซึ้งหรืออินกับเรื่องราวของดอรี่ได้มากเท่ากับที่เคยรู้สึกกับภาคก่อน แต่กระนั้น… ก็ถือว่าเป็นภาคต่อที่ทำกันออกมาได้ค่อนข้างดีอยู่นะ

รีวิวการ์ตูนอนิเมะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *