รีวิว Isle of Dogs เกาะเซ็ตซีโร่หมา

ผลงานสต็อปโมชั่นเรื่องที่ 2 ของ เวส แอนเดอร์สัน ต่อจาก Fantastic Mr.fox (2009) สุนัขเป็นเพื่อนดีที่ที่สุดของมนุษย์ วลีนี้ถูกนำมาใช้จนไม่สามารถหาได้แล้วว่าใครเป็นผู้กล่าวคนแรก ดังนั้น การตีความของภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่อง ที่เกี่ยวกับสุนัขที่ผ่านมา จะพูดถึงความซื่อสัตย์ ฉลาดแสนรู้ ด้วยความชื่นชอบในผลงานของปรมาจารย์อากิระ คูโร

ซาวา และแรงบันดาลใจจากงานสต็อปโมชั่นในยุค 60s ของอาร์เธอร์ แรงค์กิน และ จูลส์ แบส ทำให้เวส แอนเดอร์สัน สรรค์สร้างผลงาน Isle Of Dogs ออกมาเป็นเรื่องราวที่เกิดในญี่ปุ่น ตัวละครและเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในญี่ปุ่น

แถมยังเขียนตำนานสมมติจากอดีตกาลที่ตระกูลซามูไรโคบายาชิกับเผ่าพันธุ์หมามีความแค้นกันมาช้านาน และฝังรากสืบต่อมาถึงวันนี้ เชื้อสายโคบายาชิกกลายเป็นนายกเทศมนตรีจึงออกกฏหมายให้ขับไล่หมาทุกตัวออกรวมถึงหมาเลี้ยงในครอบครัวส่งไปอยู่รวมกันบนเกาะขยะ โดยอ้างเหตุว่าหมาเป็นพาหะนำหลายโรคร้ายมาติดต่อมนุษย์ ด้วย

การเป็นผู้นำโคบายาชิจึงส่ง สปอตต์ หมาของครอบครัวเขาเองส่งเป็นตัวอย่างไปตัวแรก แต่เจ้าของจริง ๆ ของสปอตต์ก็คืออากิระ หลานชายวัย 12 ขวบ ของโคบายาชิ หลังสปอตต์ถูกส่งมาทิ้งได้ 3 ปี อากิระตัดสินใจขับเครื่องบินเล็กไปตามหาสปอตต์ที่เกาะขยะ อากิระได้รับความช่วยเหลือจากแก๊งหมา 5 เกลอ ที่อยู่บนเกาะกลายเป็นการผจญภัยของอากิระกับแก๊ง 5 หมา ที่ต้องเจอกับอุปสรรคมากมาย

รีวิวอนิเมะ

 

รีวิว Isle of Dogs เกาะเซ็ตซีโร่หมา

สำหรับคนไม่คุ้นเคยกับงานสต็อปโมชั่น อาจจะรู้สึกสะดุดสักหน่อยกับงานภาพแบบสต็อปโมชั่น ที่ใช้หุ่นปั้นขยับทีละนิด ๆ ภาพจึงไม่ลืนไหลนุ่มนวลเหมือนงานแอนิเมชั่น แล้วงานของเวส แอนเดอร์สัน ก็มีสไตล์ส่วนตัวไม่ได้เน้นสวยงามเหมือนทิม

เบอร์ตัน ดูเผิน ๆ เหมือนกับว่างานจะหยาบ ที่จริงแล้วนั่นคือสไตล์การนำเสนอและความจงใจของเวส แอนเดอร์สัน ที่หลาย ๆ ฉากตั้งใจให้ออกมาดูมีความเป็นการ์ตูน อย่างเช่นภาพแทนพวกหมอกควัน และระเบิด ก็ทำออกมาดูตลก ๆ ดี

หรือฉากตะลุมบอนก็จงใจให้ออกมาดูเป็นการ์ตูนเลยล่ะ แต่งานที่ดูเผิน ๆ เหมือนจะง่ายนี้ก็ผ่านขั้นตอนการผลิตที่ทีมงานตั้งใจและทุ่มเทอย่างมากเกินคาด อ่านเบื้องหลังแล้วน่าทึ่งมาก ไว้จะลงให้อ่านในช่วงท้ายครับ

รีวิว Isle of Dogs เกาะเซ็ตซีโร่หมา

หนัง Isle of Dogs ได้เรต Pg-13 ด้วยเนื้อหาที่ปราศจากพิษภัยและไร้คำหยาบ ออกมาเป็นหนังที่ดูสนุกทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ด้วยฝีมือการเขียนบทภาพยนตร์ของเวส แอนเดอร์สันเอง และเจสัน ชวาร์ตแมน ดาราขาประจำของเวส และเคยเขียนบทร่วมกับเวส ใน Darjeeling Limited (2007) บทของ Isle Of Dogs ออกมาในสไตล์นิยาย มีบทนำ และต่อด้วยบทที่ 1 บทที่ 2 แต่ก็ยังเป็นหนังที่มีเสียงหัวเราะคลอไปตลอดทั้งเรื่อง

ส่วนใหญ่มักจะเป็นมุกกวน ๆ และประชดประชันถ้าใครเคยติดตามผลงานของเวส น่าจะนึกออกกันล่ะ และในความที่เป็นหนังคอมมีดี้-ผจญภัย เวส ก็ยังสอดแทรกดราม่าเล็ก ๆ พัฒนาการของตัวละครหลักอย่างอากิระ และ ชีฟ ที่ปรับเปลี่ยนเข้าหากันอย่างน่ารัก จากหมาจรจัดใจแคบที่เกลียดเด็กและไม่อยากมีเจ้าของกลับต้องใจอ่อนกับความบริสุทธิ์

จริงใจของอากิระ หนังยังสอดแทรกความกวนของเวส ไว้แทบทุกนาทีของหนัง ทั้งในบทสนทนา การเลือกที่จะให้หมาพูดภาษาอังกฤษและมีซับไตเติ้ลโดยให้เหตุผลว่าทั้งหมดนี้แปลจากเสียงเห่า ส่วนตัวละครที่เป็นมนุษย์และพูดภาษาญี่ปุ่นก็ปล่อยไปงั้นให้คนดูงงเล่น ๆ กันไป

รีวิว Isle of Dogs เกาะเซ็ตซีโร่หมา

รีวิว Isle of Dogs เกาะเซ็ตซีโร่หมา

อีกส่วนที่เรียกเสียงฮาได้มากพอดู ก็คือการสร้างคาแรกเตอร์ของบรรดาหมา ๆ ได้ออกมาเด่นชัด โดยเฉพาะแก๊ง 5 หมา ที่ดีไซน์เอกลัษณ์แต่ละตัวได้เด่นชัดและการแสดงออกทางสีหน้าได้ฮาดี แม้ไม่ต้องพูดอะไร ที่น่าชื่นชมคือตัวอากิระ

เด็กน้อยตัวหลักของเรื่อง ที่มีส่วนผสมทั้งความไร้เดียงสาของเด็กน้อยที่ยังตื่นเต้นกับบรรดาเครื่องเล่นสำหรับเด็กบนเกาะ และขณะเดียวกันก็มีความมุ่งมั่นแบบผู้ใหญ่ที่จะเป็นปากเส่ียงแทนเหล่าหมาล้มล้างกฏหมายกำจัดหมาของคุณลุง

อีกจุดที่น่าชื่นชมมากคือความตั้งใจในการสร้างภาพของหนังให้ออกมาดูมีความเป็นญี่ปุ่น คือถ้ามาดูโดยไม่รู้เบื้องหลังมาก่อนก็เชื่อล่ะว่านี่คือหนังญี่ปุ่น และเป็นการสื่อความเป็นญี่ปุ่นออกมาด้วยความเคารพ เห็นได้ว่าผ่านการทำการบ้าน

ศึกษาค้นคว้า ถ่ายทอดออกมาอย่างละเมียดตั้งใจและได้ภาพที่สวยงามมาก โดยเฉพาะการสอดแทรกศิลปะสไตล์ญี่ปุ่นโบราณออกมาทั้งในภาพนิ่งและงานแอนิเมชั่นที่แทรกอยู่หลาย ๆ ตอนในเรื่อง

งานเบื้องหลังที่ต้องพูดถึงเพราะเป็นเรื่องที่น่าเซอร์ไพรส์มากคือทัพนักแสดงที่มาพากย์เสียง Isle of Dogs น่าจะเป็นหนังกลุ่มแอนิเมชั่นที่ได้นักแสดงมีชื่อเสียงมาพากย์เสียงมากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาแล้ว ไบรอัน แครนสตัน ,

เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน , บิลล์ เมอร์เรย์ , สคาร์เล็ต โจแฮนสัน , ลีฟ ชโรเบอร์ , เจฟฟ์ โกลด์บลูม , ฮาร์วีย์ ไคเทล , ฟรานเซส แม็คดอร์แมนด์ , เกรตา เกอร์วิก และแม้กระทั่งโยโกะ โอโนะ ภรรยาของจอห์น เลนนอน ก็มาพากย์กับเขาด้วย

อ่านเบื้องหลังถึงได้ทราบว่าค่าตัวส่วนหนึ่งจากการพากย์ เวส จะหักเข้าองค์กรไม่หวังผลกำไรเพื่อการเก็บรักษาฟิล์มภาพยนตร์ทั่วโลก ที่ก่อตั้งโดยมาร์ติน สกอร์เซซี และนีคือจุดที่แสดงให้เห็นถึงเจตนาอันดีของนักแสดงทุกคนที่มีส่วนร่วมในหนังเรื่องนี้ครับ

รีวิวอนิเมะออนไลน์

ความรู้สึกหลังดู

สำหรับ ‘เกาะเซ็ตซีโร่หมา’ (Isle of Dogs) ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง 2 รางวัล คือ สาขาอนิเมชั่นยอดเยี่ยม ที่ผู้กำกับหนุ่มสายงานละเอียดอย่าง เวส แอนเดอร์สัน (Wes Anderson) ที่เคยพาภาพยนตร์เรื่อง ‘คุณจิ้งจอกจอมแสบ’ (Fantastic Mr. Fox) เข้าชิงสาขานี้มาแล้ว เมื่อปี 2010 ด้วยเทคนิคสตอปโมชั่น เช่นเดียวกันกับภาพยนตร์เรื่องล่าสุด

และสาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม โดยอเล็กซองดร์ เดส์ปลาต์ (Alexandre Desplat) เจ้าของ 2 รางวัลออสการ์ สาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เมื่อปี 2018 จากภาพยนตร์เรื่อง ‘เดอะ เชพ ออฟ วอเทอร์’ (The Shape of Water) และปี 2015 จากภาพยนตร์เรื่อง ‘คดีพิสดารโรงแรมแกรนด์บูดาเปสต์ ( The Grand Budapest Hotel) เรื่องหลังจากฝีมือการกำกับของเวส แอนเดอร์สัน นั่นเอง

ต้องมาลุ้นกันแล้วค่ะ ว่าปีนี้ เวส แอนเดอร์สันจะสมหวังหรือไม่ และอเล็กซองดร์ เดส์ปลาต์จะคว้าออสการ์ตัวที่ 3 มาครองได้หรือเปล่า ร่วมลุ้นไปพร้อม ๆ กันในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 นี้ (หรือช่วงสายๆตามเวลาประเทศไทย)

ดูอนิเมะออนไลน์

เรื่องชวนยิ้มของภาพยนตร์เรื่องนี้ เล่นคนดูตั้งแต่เริ่ม คือการขึ้นจอให้ทราบล่วงหน้าว่า มีการพากย์เสียงสุนัข แต่ไม่การแปลซับสำหรับตัวละครที่พูดภาษาญี่ปุ่น สิ่งที่เติมแต่งในภาพยนตร์พยายามสื่อถึงความเป็นญี่ปุ่นแทรกไปตลอดเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นดอกซากุระ เสียงกลองไทโกะ (Taiko : 太鼓) คอยนำพาความรู้สึกของ
คนดูเป็นระยะ ๆ ละครคาบูกิ กีฬาซุโม กลอนไฮกุ ที่ปรุงออกมาได้อย่างกลมกล่อม ดูไม่ยัดเยียดจนเกินไป

การหักมุมของตัวละครในเรื่อง รับรองมีว้าวแน่นอน จนผู้เขียนรู้สึกว่า “อย่างนี้ก็ได้หรอ” ตลกกว่าที่คิด น่ารักกว่าที่คาดหวัง นอกจากนี้ยังเสียดสีสังคมการเลือกข้าง โดยนำเสนอด้วยวิธีนิยมแมวไม่เอาหมา การต่อสู้เพื่อความยุติธรรมโดยกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่เป็นปรากฏการณ์คล้าย ๆ กันทั่วโลก สิ่งที่นายกเทศมนตรีโคบายาชิกิทำในตอนท้าย คือสิ่งที่ผู้ใหญ่จะมอบให้เด็กได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ต่อไปได้ในอนาคต แอบมีน้ำตาซึมแน่นอน

สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนแน่นอน คือ การสะท้อนจิตใจของสุนัขทั้งจรจัดและมีเจ้าของ ถึงแม้เป็นการตีความจากความคิดของมนุษย์ก็ตาม หลาย ๆ การกระทำของเจ้าสี่ขาในภาพยนตร์ ทำให้ Dog Lovers ใจละลาย คนทั่วไปดูแล้วไม่เลี่ยนแน่นอน สำหรับผู้เขียน น่าจะเป็นภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับสุนัขเรื่องแรก ๆ เลยที่ไม่ฟูมฟาย มีเพียงรอยยิ้มกว้างที่ปรากฏอยู่บนหน้า ถึงแม้ว่าจะมีน้ำตารื้น ๆ อยู่บ้างก็ตาม

ออกจากโรงภาพยนตร์แล้ว อยากจะรีบกลับบ้านไปกอดหมาที่บ้านแน่น ๆ ไม่ปล่อยไปไหน จนกว่ามันจะรำคาญ…

รีวิวการ์ตูนอนิเมะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *